หงส์แดงกุมชะตาคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก

แม้ว่าศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020 – 2021 จะได้แชมป์พร้อมทั้งทีมตกชั้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ว่ายังมีไคลแม็กซ์อยู่ที่นัดปิดซีซั่น ซึ่งจะหวดกันในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564 พร้อมกันทุกคู่ตามเวลาในบ้านเรา 22.00 น. โดยจะเป็นการเบียดแย่งชิงพื้นที่เพื่อไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า และที่ทั่วโลกต่างจับตามองกันนั้นมันคงหนีไม่พ้นการคั่ว ตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกระหว่างเชลซี, ลิเวอร์พูล และเลสเตอร์ ซิตี้
หลังจากสิ้นสุดโปรแกรมการแข่งขันนัดที่ 37 ไปเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สถานการณ์การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกนั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยเลสเตอร์ ซิตี้ต้องกระเด็นหลุดจากท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เมื่อช่วงเดือนธันวาคาปีที่ผ่านมา หลังจากออกไปพ่ายเชลซีอย่างดุเดือด 1-2 ทำให้สิงห์บลูล้างตาที่พ่ายในนัดชิงเอฟเอ คัพไปได้สำเร็จพร้อมผงาดขึ้นไปรั้งอันดับ 3 แทนจิ้งจอกสยามที่ 67 คะแนนจาก 37 นัด
ขณะที่ลิเวอร์พูลเร่งเครื่องใส่เกียร์ห้าเดินหน้าฆ่ามันฟันชัยไปติดต่อกันเป็นนัดที่ 4 จากการกำชัยเหนือเซาแธมป์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และเบิร์นลี่ย์ ทำให้ทะยานขึ้นไปรั้งที่ 4 มี 66 แต้มเท่ากับเลสเตอร์ ซิตี้แต่มีลูกได้เสียที่ดีกว่าอยู่ถึง 4 ตุง ทำให้ลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์กุมชะตาการลุ้นตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเอาไว้ในกำมือของตนเอง โดยเพียงแค่ขอให้นัดสุดท้ายคว้าชัยเหนือคริสตัล พาเลซให้ได้ในแอนฟิลด์ และแอบลุ้นเล็ก ๆ ให้เลสเตอร์ ซิตี้เอาชนะสเปอร์สไม่ได้ผลต่างเกิน 4 ลูกก็เพียงพอต่อการไปวาดลวดลายในถ้วยบิ๊กเอียร์ซีซั่นหน้า
แม้ว่าตอนนี้เชลซีจะมีสถานการณ์ดีที่สุดในการที่จะได้ตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกในฤดูกาลหน้า แต่หากลูกทีมของโธมัส ทูเคิ่ลพลาดท่าไม่สามารถออกไปคว้าชัยเหนือแอสตัน วิลล่า ซึ่งสิงห์ผยองก็มีลุ้นพื้นที่ไปลุยศึกยุโรปถ้วยเล็กอยู่ไม่น้อย ไม่ได้ในนัดสุดท้าย และทั้งลิเวอร์พูลกับเลสเตอร์ ซิตี้ต่างเก็บชัยไปได้ตามเป้า หากเป็นแบบนี้สิงห์บลูก็จะหลุดวงโคจรไปอย่างพลิกความคาดหมาย
ทั้งนี้ทั้งนั้นเชลซีก็ยังมีโอกาสดีกว่าทั้งลิเวอร์พูลและเลสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากหากสิงโตน้ำเงินครามพลาดอันดับ 4 ในตารางพรีเมียร์ลีกไปชนิดปากกาเซียนแล้วล่ะก็ สิงห์บลูยังมีโอกาสแก้ตัวได้อีกเฮือกด้วยการต้องคว้าชัยเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในรอบชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้สถานเดียวเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นในฐานะแชมป์เก่า ซึ่งตามกฎของถ้วยบิ๊กเอียร์นั้นแต่ละชาติสามารถมีตัวแทนลงแข่งขันแต่ละซีซั่นได้สูงสุด 5 ทีมนั่นเอง