ผีแดงทุ่มค่าเหนื่อยสุดตัวหวังมัดใจวาราน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ตกเป็นข่าวพร้อมทุ่มค่าเหนื่อยมหาศาลเป็นจำนวนเงิน 12 ล้านยูโร ซึ่งตีเป็นเงินไทยตกที่ราว 456 ล้านบาท เพื่อหวังมัดใจให้ราฟาเอล วาราน ปราการหลัง ทีมชาติฝรั่งเศสของมหาอำนาจลูกหนังแห่งลา ลีกาสเปนอย่างเรอัล มาดริด ย้ายมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด
แมนฯยูฯกำลังเร่งเสริมทัพแต่ละตำแหน่งอย่างต่อเนื่องเพื่อหวังกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ทั้งในพรีเมียร์ลีกและเวทียุโรป และตกเป็นข่าวพัวพันกับวารานมาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดีเพราะว่าขยับเข้าใกล้ถึงขั้นตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกันแล้ว
ตอนนี้วารานรับค่าเหนื่อยจากเรอัล มาดริดที่ฤดูกาลละ 5 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 190 ล้านบาท แม้ว่าราชันชุดขาวพยายามจะต่อสัญญาฉบับใหม่ของปราการหลังเมืองน้ำหอมพร้อมขึ้นค่าเหนื่อยให้เป็น 7 ล้านยูโร ซึ่งตีเป็นเงินไทยตกที่ราว 266 ล้านบาท
อย่างไรก็ดีวารานยังไม่พอใจกับค่าเหนื่อยที่จะได้รับในสัญญาฉบับใหม่ เนื่องจากทางเรอัล มาดริดเพิ่งจะทุ่มค่าเหนื่อยให้ดาวิด อลาบา ดาวเตะสารพัดประโยชน์ทีมชาติออสเตรีย มากถึง 12 ล้านยูโรต่อฤดูกาล หลังจากได้ตัวมาแบบฟรี ๆ หลังจากที่เจ้าตัวหมดสัญญาค้าแข้งกับแชมป์บุนเดสลีกาเยอรมันอย่างบาเยิร์น มิวนิค
ทางด้านอาร์เซน่อลประกาศเปิดตัวอัลแบร์ แซมบี้ โลคองก้า มิดฟิลด์ดาวรุ่งจากทีมดังในเบลเยี่ยมอย่างอันเดอร์เลชท์ เป็นแข้งรายใหม่ของเดอะกันเนอร์สเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับค่าตัวในการย้ายทีมครั้งนี้อยู่ที่ 17.5 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นเงินไทยตกที่ราว 676 ล้านบาท โดยโลคองก้าจรดปากกาเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมเป็นเวลายาว 5 ปีเลยทีเดียว และดาวเตะวัย 21 ปีจะสวมเสื้อเบอร์ 23 ของดาวิด ลุยซ์
โลคองก้าถูกยกให้เป็นอีกหนึ่งแข้งที่น่าจับตาในตลาดซื้อขายนักเตะของยุโรป หลังจากโชว์ฟอร์มให้ต้นสังกัดอย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำไป 5 ประตูจากการลงเล่น 33 เกมในฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นแข้งรายที่ 2 ที่ทีมปืนใหญ่เสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ต่อจากนูโน่ ตาวาเรส แบ็กซ้ายดาวรุ่งจากทีมดังในโปรตุเกสอย่างเบนฟิก้า
อย่างไรก็ดีอาร์เซน่อลยังไม่หยุดเสริมทัพเอาไว้เพียงเท่านี้ โดยเดอะกันเนอร์สเตรียมประกาศคว้าตัวเบน ไวท์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษจากเพื่อนร่วมลีกอย่างไบรท์ตัน เป็นสมาชิกใหม่รายต่อไป
อาร์เซน่อลเร่งเสริมทัพอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสู้ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2021 – 2022 หลังจากซีซั่นที่ผ่านมาประสบความล้มเหลว รวมทั้งยังไม่ได้ไปลุยเวทียุโรปเป็นครั้งแรกในรอบ 10 กว่าปีเลยทีเดียว